Skip links

มีคำถามใช่ไหม?
เราพร้อมมีคำตอบให้คุณ

ที่นี่คุณจะพบคำตอบที่ชัดเจน และเข้าใจง่ายสำหรับคำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ BatchLine MES — ครอบคลุมตั้งแต่วิธีการทำงาน การเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ไปจนถึงวิธีที่โซลูชันนี้ช่วยทำให้ การดำเนินงานประจำวันของคุณเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คำศัพท์และอภิธานศัพท์

รวมคำอธิบายคำศัพท์และตัวย่อสำคัญที่ใช้ในระบบ พร้อมความหมายและความเชื่อมโยงกับ BatchLine เนื่องจากในโลกของ EBR / MES มักมีคำที่ฟังคล้ายกันหรือใช้ต่างกันในแต่ละองค์กร จึงอาจเกิดความสับสนได้ ส่วนนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทุกคำได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน

คำย่อ ชื่อเต็ม รายละเอียด
EBR
Electronic Batch Record
บันทึกกระบวนการผลิตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้สำหรับบันทึกการดำเนินงานของแต่ละแบตช์ มักถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ MES
MES
Manufacturing Execution System
ระบบที่ใช้บริหารจัดการข้อมูลการผลิต ข้อมูลหลัก และการดำเนินงานภายในโรงงาน แม้จะไม่มีคำจำกัดความที่เป็นทางการชัดเจน แต่ MES มักครอบคลุมตั้งแต่การจัดการคำสั่งผลิต สูตรการผลิต, MBR, EBR, คลังสินค้า, วัสดุ, สมุดบันทึกการทำงาน และอื่น ๆ
MBR
Master Batch Record
เป็นเอกสารหลักในอุตสาหกรรมการผลิตยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการผลิตเซลล์และยีนบำบัด ซึ่งรวบรวมสูตรการผลิต ส่วนผสม ขั้นตอนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และคำแนะนำต่าง ๆ ไว้ครบถ้วน ใช้เป็นแม่แบบหลักก่อนเริ่มการผลิตในแต่ละแบตช์

ฟังก์ชันการทำงานทั่วไปของระบบ

ได้ครับ/ค่ะ ผู้ใช้งานสามาถรแก้ไขเฉพาะบางส่วนของ EBR ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการแก้ไขนั่นหมายความว่ามีการสร้าง revision ใหม่ ระบบจะถือว่าเป็นเอกสารชุดเดียวกันทั้งหมด นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะต้องแก้ไขใน Master Batch Record (MBR) ฉบับเต็ม จากนั้นต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบ อนุมัติ และเปิดใช้งานก่อนถึงจะนำไปใช้ได้

การสร้างเอกสารบันทึกการผลิต (BPR) จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างสเปกของ Master Batch Record (MBR) ก่อน ซึ่งจะรวมขั้นตอนการทำงานทั้งหมดและใช้เป็นสเปกหลักของกระบวนการ MBR ทำหน้าที่เหมือน "แม่แบบ" ของการผลิต ในส่วนของ Batch Production Record (BPR) เป็นเอกสารที่บันทึกการทำงานจริงตามแม่แบบนั้นในแต่ละแบตช์ ทั้ง BMR และ BPR สามารถสร้างแบบแยกกัน หรือเชื่อมเป็นกระบวนการเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานและวิธีการทำงานของแต่ละองค์กร

BatchLine รองรับการออกแบบ MBR ได้ทั้งสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์และการผลิตที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ผู้ใช้สามารถใช้ฟังก์ชันกรอง (filter) ภายในระบบ เพื่อแยกและจัดการ EBR สำหรับงานเชิงพาณิชย์ออกจาก EBR สำหรับทดลองหรือไพลอตได้อย่างง่ายดาย การจัดหมวดหมู่แบบนี้ช่วยให้แต่ละประเภทของแบตช์ถูกจัดการอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์

ระบบสามารถตั้งค่าให้ขั้นตอนการผลิตต้องดำเนินการตามลำดับ หรือจะอนุญาตให้ทำแบบขนานกัน (Parallel) ก็ได้ พร้อมรองรับการตรวจสอบและการทบทวนตามความจำเป็น การตั้งค่านี้จะถูกกำหนดในช่วงการออกแบบสเปกของ MBR ระหว่างเวิร์กช็อป

ความสามารถด้านการเชื่อมต่อระบบ

BatchLine Lite MES สามารถเชื่อมต่อกับระบบบริหารข้อมูลห้องปฏิบัติการ (LIMS) และระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ได้อย่างราบรื่นผ่าน REST API การเชื่อมต่อนี้ช่วยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่องและทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ตัวอย่างการใช้งานทั่วไป:

  • การเชื่อมต่อกับ LIMS: ส่งผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการและข้อมูลควบคุมคุณภาพเข้าสู่ระบบบันทึกการผลิตโดยอัตโนมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตใช้เฉพาะวัสดุที่ผ่านการทดสอบและอนุมัติแล้วเท่านั้น
  • การเชื่อมต่อกับ ERP: ประสานการข้อมูลให้สอดคล้องกันทั้งในส่วนของ ข้อมูลคำสั่งการผลิต ตารางการผลิต และข้อมูลการใช้วัตถุดิบระหว่าง ERP กับ MES การเชื่อมต่อนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดการกรอกข้อมูลด้วยมือ และเพิ่มความถูกต้อง โดยทำให้ข้อมูลทุกระบบอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลเดียวกัน 
ระบบสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องชั่งเพื่ออ่านค่าน้ำหนักและลงบันทึกได้ ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้น เครื่องชั่งต้องเชื่อมต่อผ่าน Gateway เพื่อใช้สื่อสารกับระบบ BatchLine ซึ่งใช้โปรโตคอล MQTT ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี Gateway อยู่ในโครงสร้างระบบ และเครื่องชั่งที่นำมาใช้งานต้องรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกด้วย

BatchLine รองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องสแกนบาร์โค้ดได้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการบันทึกข้อมูล

เครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบ เช่น การทดสอบการรั่ว ความแข็ง ความเปราะ หรือความชื้น สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ EBR ได้โดยรับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลบนคลาวด์แบบอัตโนมัติ หากข้อมูลไม่อยู่บนคลาวด์ ผู้ใช้งานสามารถกรอกข้อมูลด้วยตนเองได้ ผลการทดสอบที่บันทึกใน EBR จะต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติโดยผู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้มั่นใจว่ามีความถูกต้องและเป็นไปตามข้อกำหนด

การดำเนินงานและความต่อเนื่อง

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตจะถูกจัดการผ่านระบบ BatchLine ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการผลิตต้องได้รับการทบทวนและอนุมัติโดยหัวหน้างานและฝ่ายประกันคุณภาพ (QA) หากพบว่ามีความเบี่ยงเบนที่เกิดจากความผิดปกติเหล่านี้ต้องถูกดำเนินการต่อผ่านระบบบริหารคุณภาพ QMS ของลูกค้า

หากเกิดไฟดับ ระบบจะบันทึกข้อมูลล่าสุดที่ส่งเข้ามาไว้อย่างปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลไม่สูญหายหรือเสียหาย ในกรณีที่อินเทอร์เน็ตหรือการเชื่อมต่อระบบมีปัญหา การผลิตยังสามารถดำเนินต่อได้โดยใช้สเปกในรูปแบบ PDF สำหรับบันทึกข้อมูลด้วยมือ เมื่อระบบกลับมาเชื่อมต่ออีกครั้ง ผู้ใช้สามารถอัปโหลด PDF ที่ลงบันทึกแล้วเข้าสู่ระบบ EBR ได้ เพื่อให้ข้อมูลทั้งหมดถูกรวมและแนบวนระบบอย่างถูกต้องครบถ้วน

การให้บริการลูกค้า

การแจ้งขอความช่วยเหลือถูกจัดการผ่านระบบทิกเก็ต JIRA ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าใช้งานได้ตลอดเวลา ลูกค้าสามารถส่งปัญหา คำร้องขอ หรือคำถามต่าง ๆ ผ่านพอร์ทัลได้โดยตรง เพื่อให้ทีมงานติดตามและแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ

แต่ละเคสจะถูกประเมินจากสองปัจจัยคือ ผลกระทบ (มีผลต่อการทำงานมากแค่ไหน) และ ความเร่งด่วน (ต้องแก้ไขเร็วแค่ไหน) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดระดับความสำคัญของเคส เช่น สูง, ปานกลาง, ต่ำ หรือ ไม่เร่งด่วน

ในสัญญาการให้บริการมีรายละเอียด Service Level Agreement (SLA) ระบุไว้ชัดเจน ซึ่งระบุเวลาเป้าหมายสำหรับการตอบกลับและการแก้ไขปัญหา โดยขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญของเคสที่ถูกกำหนดไว้

 

ตัวอย่าง:

  • สูง: รับเรื่องทันทีและเร่งดำเนินการแก้ไข
  • กลาง: ตอบกลับภายในเวลาที่ตกลงไว้และเร่งการแก้ไข
  • ต่ำ/ ไม่เร่งด่วน: ดำเนินการภายในเวลาตอบกลับมาตรฐานของวันทำการ

 

ช่วงเวลาในการให้บริการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา เช่น ให้บริการเฉพาะเวลาทำการ หรือให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน

การอัปเดตต่าง ๆ สถานะของเคส และการสื่อสารทั้งหมดจะอยู่ในระบบ JIRA ทำให้ลูกค้าสามารถติดตามความคืบหน้าและสื่อสารกับทีมซัพพอร์ตได้แบบเรียลไทม์

โดยทั่วไปการซัพพอร์ตครอบคลุม:

  • เหตุขัดข้องหรือปัญหาการทำงานของระบบ
  • การแก้ไขปัญหาทางเทคนิค
  • ปัญหาการเข้าใช้งานหรือการตั้งค่าของผู้ใช้
  • คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานระบบหรือฟังก์ชันต่าง ๆ

คำขอปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันอาจถูกจัดการแยกต่างหาก ภายใต้กระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management) หรือการหารือสำหรับโครงการเพิ่มเติม

เพื่อช่วยให้การแก้ไขทำได้รวดเร็วขึ้น กรุณาระบุข้อมูลดังนี้:

  • รายละเอียดปัญหาที่ชัดเจน
  • ขั้นตอนที่ทำให้เกิดปัญหา (ถ้ามี)
  • ภาพหน้าจอหรือข้อความแจ้งเตือน
  • รายละเอียดระบบหรือสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน
  • ชื่อผู้ติดต่อสำหรับการติดตามงาน

การดำเนินโครงการ

ระยะเวลาดำเนินงานสำหรับโครงการ EBR ที่เชื่อมต่อกับ ERP คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4–6 เดือน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบเชื่อมต่อจากฝั่งลูกค้า เราสามารถลงพื้นที่เพื่อประเมินสภาพเครื่องจักรปัจจุบันและพิจารณาว่าเครื่องไหนสามารถเชื่อมต่อได้ตามขอบเขตของโครงการ การประเมินหน้างานนี้มักใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน

เรามีการอบรมให้กับผู้ใช้งานหลักทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงาน, หัวหน้างาน, ทีม QA สำหรับการทำงาน การทบทวน การอนุมัติ และการจัดเก็บ Batch รวมถึงผู้สร้าง MBR และผู้ดูแลระบบ การอบรมทั้งหมดมักใช้เวลาประมาณ 3–5 วัน

การอัปเกรดระบบ

โดยเฉลี่ย เราจะออกเวอร์ชันอัปเกรดปีละสองครั้ง โดยสำหรับลูกค้าที่ใช้งานบน Virtual Private Cloud (VPC) จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการอัปเกรด เราแนะนำให้ลูกค้าอัปเกรดเป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและเพื่อที่จะได้รับฟังก์ชันที่พัฒนาเพิ่มเติม

พร้อมแล้วหรือยัง?

พูดคุยความต้องการธุรกิจของคุณกับที่ปรึกษาของเรา และทำการนัดหมายได้เลย